ถ่ายทอดประสบการณ์จริงจากห้อง CCU

โรคร้าย ภัยเงียบ…

อุทาหรณ์นาทีชีวิตจากสัญญาณเตือนเล็กๆ ที่เกือบสายเกินไป การฉีดสีขยายหลอดเลือด และการตัดสินใจโทร 1669 ที่ช่วยชีวิต

ยอด
ศุภกร กุลวโรตตมะ (ยอด โคตรอินดี้)
23 สิงหาคม 2569 | จากห้อง CCU โรคหัวใจ โรงพยาบาลวชิระ
ขนาดตัวอักษร:
บทที่ 1

จุดเริ่มต้นจากข่าว & อาการเตือนแรก

คืนก่อนเกิดเหตุ
จากข่าวการจากไปของ “เร แมคโดนัลด์” ในวัย 49 ปี #เท่ากับกูเลย ผมนั่งตามข่าวจนดึก คืนนั้นผมมีอาการปวดต้นคอ ปวดแขนซ้าย เป็นมาหลายวันแล้ว และยังมีอาการปวดหัวบริเวณกลางกระหม่อม ผมไม่ได้คิดอะไรมาก เรียกลูกชายมานวดให้หน่อย ลูกชายนวดให้ผมมาหลายวันแล้ว นวดแรงพอสมควร แต่รู้สึกสบายมาก จากนั้นผมก็ทิ้งตัวลงนอน คิดแค่ว่า… พักสักหน่อย แล้วก็หลับไปเลย
บทที่ 2

ฝันแปลก ๆ & อาการทวีความรุนแรง

เช้าวันรุ่งขึ้น
เช้าตื่นมากับฝันดีแปลก ๆ (ไว้มีโอกาสจะมาเล่าให้ฟัง) แต่ทันทีที่ตื่นขึ้นมา อาการทุกอย่างกลับเปลี่ยนไป ผมปวดหัวอย่างรุนแรง ปวดบริเวณท้ายทอย ด้านหลังหู และด้านข้างของศีรษะด้านบนหู ด้านซ้าย ทั้งหมด ที่สำคัญ… เจ็บหน้าอกด้านซ้าย ผมเอาหมอนมานั่งพิงหัวเตียง นั่งดูอาการ ตอนนั้นในหัวผมมีเบอร์โทรศัพท์อยู่เบอร์เดียว… 1669
บทที่ 3

1669 สายด่วนนาทีชีวิต

เวลาประมาณ 07:00 น.
ผมโทรไป... ติดทันที ปลายสายเป็นเสียงผู้หญิง ผมรีบอธิบายอาการ “ตอนนี้ผมปวดหัวกับเจ็บหน้าอกมากครับ แต่ไม่รู้ว่าผมคิดมากไปหรือเปล่า เพราะเมื่อคืนตามข่าวพี่เรทั้งคืน…” ปลายสายตอบกลับมาว่า “อันนี้เป็นเบอร์เรียกรถฉุกเฉินค่ะ จะเรียกรถเลยไหมคะ ถ้าอยากปรึกษาก่อน เดี๋ยวต่อสายให้ค่ะ” ผมตอบไปว่า “ครับ ขอปรึกษาก่อนครับ” จากนั้นเจ้าหน้าที่อีกหน่วยงานก็โทรกลับมา ผมยังปวดหัวหนักมาก ลุกขึ้น ล้างหน้า แต่งตัว ในหัวตอนนั้นคิดอยู่เรื่องเดียว: ไปโรงพยาบาลวชิระ โรงพยาบาลที่ผมมีสิทธิบัตรทองอยู่ และไม่ไกลจากที่พัก ระหว่างลงลิฟต์ โทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ถามอาการเพียง 2-3 ประโยค น้ำเสียงก็เปลี่ยนไปทันที:
“ให้ไปโรงพยาบาลทันทีค่ะ... อย่าขับรถไปเองนะคะ!”
และแนะนำให้หาลูกอมกินระหว่างทาง เพราะน้ำตาลอาจต่ำได้
บทที่ 4

การเดินทางนาทีชีวิต & แท็กซี่ผู้ใจดี

ระหว่างเดินทาง
ผมซื้อลูกอมที่ 7-Eleven จากนั้นนั่งรถไฟฟ้าของคอนโดออกมาปากซอย มายืนงง ๆ อยู่ริมถนน สักพัก… มีแท็กซี่คันหนึ่งออกมาจากซอย ผมเดินไปขึ้นทันที โชคดีที่พี่แท็กซี่รับผมไป ขอบคุณมาก ๆ ครับ ผมเปิด Google Maps บอกทางพี่แท็กซี่ ในแผนที่ขึ้นประมาณ 21 นาที พี่แท็กซี่วิ่งฝ่าถนนที่กำลังทำทาง ออกบางโพ ผ่านรัฐสภา ผ่านบริษัทสิงห์ โชคดีที่รถไม่ติด พอใกล้ถึงโรงพยาบาล ถนนตรงไปไม่ได้ พี่แท็กซี่ออกซ้าย ผมให้กลับรถตรงทางเข้าสวนอ้อย แล้วเข้าโรงพยาบาลทางตึกทีปังกร ประหยัดเวลาไปได้ประมาณ 7 นาที!
บทที่ 5

จุดคัดกรองด่วน & สัญญาณ "ดีดๆ"

หน้าตึกทีปังกร รพ.วชิระ
ทันทีที่ถึงหน้าตึก ผมบอกเจ้าหน้าที่ว่า: “ผมเจ็บหน้าอก ปวดหัวครับ ผมโทร 1669 แล้ว เขาให้มาโรงพยาบาลด่วนครับ” เจ้าหน้าที่เอารถเข็นนอนมาอย่างเร็ว เข็นผ่าผู้คนมหาศาลเข้าไป พยาบาล 2 คนเข้ามาถามอาการ: “เจ็บหน้าอกมากไหมคะ ให้คะแนน 1-10” ผมตอบ: “ประมาณ 2 ครับ” พยาบาลตอบทันที: “อย่างนั้นก็อย่าทำเหมือนเจ็บมากสิคะ” ผมตอบกลับไป: “หน้าอกเจ็บไม่มากครับ แต่ปวดหัวมาก” พยาบาลทั้งสองคนมองหน้ากัน ปรึกษากันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนส่งผมไปอีกจุดหนึ่ง จุดที่ 2: คำถามเดิม “เจ็บหน้าอกเยอะไหม?” ผมตอบ “ประมาณ 3 ครับ แต่ปวดหัวมาก” เจ้าหน้าที่มองหน้ากัน แล้วหยิบเครื่องมือบางอย่างมาติดบริเวณหน้าอกด้านซ้าย มีการถามกันไปมา: “ดีดไหม?” “ดีดไหม?” แล้วจู่ ๆ คนที่กำลังวัดก็บอกว่า: “ดีด ๆ” “ดีดแล้ว” หลังจากนั้นทุกอย่างก็เร็วขึ้นทันที! เจ้าหน้าที่เข้ามาทั้งซ้ายและขวา ถอดเสื้อผม ถามหาญาติ “มาคนเดียวครับ” โทรหาแม่ ถามประวัติแพ้ยา แล้วก็ได้ยินประโยคที่ทำให้ผมเริ่มรู้ว่า… เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กแล้ว:
“หัวใจเต้นผิดปกติครับ เดี๋ยวคุณหมอจะเข้ามาดู แล้วฉีดสี”
บทที่ 6

หัตถการฉีดสี & อาจารย์เจไดกับพาดาวัน

ห้องปฏิบัติการฉีดสีขยายหลอดเลือด
“หัวใจเต้นผิดปกติ หลอดเลือดตีบ” ผมถูกพาเข้าไปในห้องที่เต็มไปด้วยเครื่องมือประหลาด ๆ ห้อยลงมาจากเพดาน คุณหมอเดินเข้ามาคุย พูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจมาก: “หัวใจเต้นผิดปกติ หลอดเลือดตีบ เดี๋ยวฉีดสีดู ถ้าเจอก็จัดการเลย” มาถึงตรงนี้… ผมงงมาก แต่แปลกที่ผม ไม่กลัวเลย เพราะคุณหมอดูมั่นใจมาก คุณหมออธิบายอาการให้หมออีกคนฟัง: “ปวดแล้วร้าวไปหลังหู ผมว่าเส้นนี้ชัวร์ คุณว่าไง?” ผมยังไม่ทันได้ยินคำตอบ คุณหมอก็บอกเลยว่า: “ชัวร์ เส้นนี้” แล้วลงมือทันที ไม่ถึง 15 นาที… ผมเริ่มรู้สึกว่าอาการปวดบริเวณหลังหูและท้ายทอยหายไป! คุณหมอยังไม่หยุด: “ผมว่ามันต้องมีอีกจุด อาจจะอยู่ตรงนี้” ผมบอกหมอว่า: “ตอนนี้ผมหายปวดตรงท้ายทอยกับหลังหูแล้วครับ แต่ยังปวดบริเวณด้านข้างหูอยู่” หมอตอบว่า: “ทำไปจุดหนึ่งแล้ว แต่มันต้องมีอีก มันค่อนข้างแอบ” คุณหมอพยายามหาอยู่นาน แล้วก็เจอ แต่เป็นจุดที่อยู่ตรงมุม อุปกรณ์เข้าไปทำไม่ได้ คุณหมอพยายามอยู่อีกพักใหญ่ ก่อนจะหยุด แล้วเดินมาคุยกับผม: “หมอทำจุดแรกไปแล้วนะ จุดที่สองมันอยู่ตรงมุม เข้าไปทำไม่ถึง แต่ทำด้านนอกให้แล้ว เดี๋ยวลองกินยาสลายลิ่มเลือดดูนะ” ผมหันไปมองหน้าหมอ “ครับ คุณหมอ” คุณหมอกอดอก มองไปข้างหน้า แล้วพยักหน้า
ผมคิดในใจว่า… โคตรเท่เลยหมอ หมอเพิ่งช่วยชีวิตผม แต่สีหน้าหมอเหมือนยังไม่พอใจกับผลงานตัวเอง เหมือนคนที่รู้ว่า… “ยังมีอีกจุดหนึ่งที่กูอยากจัดการให้ได้”

ผมมองหมอแล้วคิดว่า หมอเหมือนซูเปอร์ฮีโร่ สุดยอดฝีมือ มั่นใจ และทุ่มเท แถมยังสอบถาม พูดคุย และถ่ายทอดความรู้ให้กับคุณหมออีกคนไปตลอดการทำงาน หรือจริง ๆ แล้ว… คุณหมออาจเป็นอาจารย์เจได ที่กำลังสอนและถ่ายทอดวิชาให้กับพาดาวันของเขา
บทที่ 7

ข้อคิดเตือนใจจากห้อง CCU

ห้อง CCU วชิระพยาบาล
วันนี้ผมยังอยู่ ขอบคุณคุณหมอทั้ง 2 ท่าน ขอบคุณพยาบาลทุกท่าน ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ทุกคน ขอบคุณพี่พลเปลที่เข็นเตียงมาให้ผม และขอบคุณทุก ๆ คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการช่วยชีวิตเล็ก ๆ ของผมในครั้งนี้ รวมถึงพี่แท็กซี่คนนั้น และเจ้าหน้าที่ 1669 ที่รับโทรศัพท์ของผมในเช้าวันนั้น เมื่อคืนผมยัง นั่งดูข่าว การจากไปของ เร แมคโดนัลด์ แล้วคิดเพียงว่า #อายุเท่ากับกูเลย ผมไม่คิดเลยว่า… ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ผมจะเป็นคนที่ต้องนอนอยู่บนเตียงโรงพยาบาล และกำลังได้รับการรักษาจากภาวะที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต เหตุการณ์ครั้งนี้สอนผมอย่างหนึ่งว่า: ชีวิตบางครั้งไม่ได้เตือนเราออกมาเสียงดัง มันอาจมาในรูปของอาการปวด แค่ ปวดคอ ปวดแขน ปวดหัว หรือเจ็บหน้าอกเพียงเล็กน้อย แล้วเราก็บอกตัวเองว่า “เดี๋ยวมันก็คงหาย” แต่บางครั้ง… มันอาจไม่ได้มีเวลาให้เรารอ โชคดีที่ครั้งนี้ผมไม่รอ โชคดีที่มีเคสของพี่เรพึ่งเกิดไป โชคดีที่ทำให้ผมไม่ลังเลที่จะรีบมาโรงพยาบาล โชคดีที่ผมนึกถึง 1669 โชคดีที่มีเจ้าหน้าที่รับสาย โชคดีที่มีพี่แท็กซี่คนนั้น โชคดีที่มีพยาบาลและเจ้าหน้าที่ทุกคน และโชคดีที่สุด… ที่มีคุณหมอ 2 ท่าน อยู่ตรงนั้น (ทั้งอาจารย์เจได และ พาดาวัน ของเขา ขอพลัง…จงสถิตอยู่กับท่าน) วันนี้ผมยังอยู่ และยังมีโอกาสได้เขียนเรื่องนี้ให้ทุกคนอ่าน เพราะฉะนั้น ถ้าคุณกำลังอ่านข้อความนี้ แล้วรู้สึกว่าร่างกายตัวเองมีอะไรผิดปกติ อย่าคิดว่าเป็นแค่เรื่องเล็ก อย่าคิดว่าเดี๋ยวมันก็หาย และอย่ากลัวว่าจะดูเป็นคนคิดมาก เพราะบางครั้ง… การตัดสินใจขอความช่วยเหลือเพียงครั้งเดียว อาจเป็นการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดในชีวิต จากห้อง CCU โรคหัวใจ โรงพยาบาลวชิระ ศุภกร กุลวโรตตมะ (ยอด โคตรอินดี้) 23 สิงหาคม 2569

คลิกจุดเตือนบนร่างกาย

🧠
🦴
💪
❤️
คำแนะนำการใช้งาน

คลิกเลือกจุดบนร่างกายทางซ้าย

เพื่ออ่านรายละเอียดสัญญาณเตือนภัยเงียบที่พบในเรื่องจริงของ คุณยอด ศุภกร รวมถึงข้อควรระวังทางการแพทย์เกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจและสมอง

คู่มือปฏิบัติเมื่อพบสัญญาณเตือนภัยเงียบ

เรียนรู้บทเรียนสำคัญจากเหตุการณ์จริง เพื่อความปลอดภัยของคุณและคนที่คุณรัก

สิ่งที่ "ต้องทำ" ทันที
  • โทร 1669 ทันที: แม้จะยังลังเล หรือคิดว่าอาการไม่รุนแรง โทรเพื่อประเมินอาการก่อนเสมอ
  • ตั้งสติและอธิบายอาการชัดเจน: ระบุตำแหน่งที่ปวด/เจ็บ เช่น เจ็บหน้าอกร้าวไปแขนซ้าย ปวดหัวรุนแรง
  • อมลูกอม / ของหวาน: ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ หากสงสัยภาวะน้ำตาลในเลือดตกระหว่างเดินทาง
  • ไปโรงพยาบาลที่มีสิทธิรักษา: หรือ รพ. ที่ใกล้ที่สุดหากเป็นภาวะฉุกเฉินวิกฤต (UCEP)
สิ่งที่ "ห้ามทำ" เด็ดขาด
  • ห้ามขับรถไปโรงพยาบาลเองเด็ดขาด: เสี่ยงวูบ/หมดสติขณะขับรถ เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน
  • อย่ารอดูอาการว่า "เดี๋ยวก็หาย": ภาวะหลอดเลือดตีบตันมีเวลาทอง (Golden Period) จำกัด
  • อย่าเกรงใจพยาบาล/หมอ: แจ้งอาการปวดหัวรุนแรงให้ชัดเจน แม้เจ็บหน้าอกระดับคะแนนจะดูน้อย
  • อย่านวดแรงเกินไป: หากเป็นการปวดร้าวจากหลอดเลือด การนวดไม่สามารถช่วยขยายหลอดเลือดได้
"ชีวิตบางครั้งไม่ได้เตือนเราออกมาเสียงดัง มันอาจมาในรูปของอาการปวด แค่ปวดคอ ปวดแขน ปวดหัว หรือเจ็บหน้าอกเพียงเล็กน้อย..."
— ศุภกร กุลวโรตตมะ (ยอด โคตรอินดี้) | รพ.วชิระ

สัญญาว่าจะดูแลสุขภาพตัวเอง & ร่วมส่งต่อกำลังใจ

เขียนข้อความเตือนใจ หรือกำลังใจถึงคุณยอดและทีมแพทย์ผู้ช่วยชีวิต